ฝันเก้าเดือน 1.2
'อินเทอร์เน็ต' กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กชายเก่งไปแล้ว ทั้งการแชท การโทร การแสดงความคิดเห็น
แนวคิดของเด็กชายเก่งมีอยู่ว่า ไหนๆก็ต้องขลุกอยู่กับสังคมออนไลน์แล้ว ก็หาอะไรทำบนสังคมนี้ ที่เกิดประโยชน์ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นด้วย จึงเป็นที่มาของการเขียนบล็อกเรื่องราวชีวิตของตัวเอง ข้อคิด เคล็ดลับต่างๆที่มีประโยชน์ งานแปลบทความ และอื่นๆ เด็กชายเก่งก็นำเสนอให้ผู้อ่านได้ติดตามสัปดาห์ละตอน
นอกจากบล็อกแล้ว เด็กชายเก่งยังคิดทำเพจเกี่ยวกับข้อคิดที่ได้จากการอ่านหนังสือ ครั้นจะอ่านสัปดาห์ละเล่ม แล้วแบ่งปันข้อคิด ดังเช่นที่อัพเดทบนบล็อก ก็กลัวว่าจะนานเนิ่นเกินไป ไม่ใช่ว่าเป็นคนอ่านหนังสือเร็วนะ จะว่าไป ถ้าให้นึกถึงหนังสือเล่มล่าสุดที่อ่านจบ ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน เด็กชายเก่งยังจำไม่ได้เลย เพราะเรียนจบมาก็ทำงาน(จริงๆแล้ว ทำงานไปด้วยเรียนมหาลัยไปด้วย) แทบไม่ได้อ่านหนังสือเลย
พอสัปดาห์ละเล่มไม่เอา ก็ต้องให้ถี่กว่านั้น เป็นวันละเล่มไปเลย! ฟังดูไม่น่าจะเป็นไปได้ จะอ่านทันไหมนะ ถามตัวเองแล้วถามตัวเองอีก ก็ได้คำตอบว่า ถ้าอ่านวันละเล่ม มันสะดวกต่อการจดจำดี
หมายถึงสะดวกในการทำเพจ คือส่งงานวันละครั้ง(แต่ไม่สะดวกต่อการอ่านเลยนี่สิ) เอาล่ะ...ยังไงก็ต้องลองดู ทีนี้วัตถุดิบที่สำคัญก็คือ 'หนังสือ' จำนวนมากด้วย จะให้ซื้อก็คงไม่ไหว(อย่าลืมสิ งานยังไม่มีทำเลยนะ) ก็คงต้องหายืมจากห้องสมุด
ดังนั้น หลังจากเปิดซิมเน็ตแล้ว เรา(หมายถึง เด็กชายเก่ง)ก็ไปห้องสมุดมารวย เพื่อทำบัตรสมาชิกแล้วยืมหนังสือทันที
ทำไมต้องเป็นห้องสมุดมารวย?
ชื่อก็บอกอยู่แล้วนี่นา(ฮา)
วันต่อมา เราก็ไปประตูน้ำเพื่อหาซื้อปัตตาเลี่ยน...ใช่ปัตตาเลี่ยนที่เอาไว้ตัดผมนั่นแหละ ได้ของครบตามต้องการ ท่านอย่าพึ่งสงสัย เรากำลังจะบอกอยู่แล้ว
..........
3 เดือนก่อนหน้านี้...
"เก่ง เราว่านายตอบเรามาให้ได้ก่อนดีกว่า ว่าอะไรคือ 'สิ่งที่อยากทำ' แล้วอะไรคือ 'สิ่งที่ต้องทำ'?" เต้ถาม
เราก็รู้แหละว่าเต้ต้องการให้เราตอบว่าอย่างไร แต่เราก็ไม่ยอมตอบอย่างนั้น จะว่าเราดื้อ หัวแข็งก็ตามแต่ เราคิดว่าปีหน้าเราก็อายุสามสิบแล้ว เราควรต้องเลือกทางเดินที่ชอบตั้งแต่ตอนนี้ เพราะพึ่งรู้ตอนนี้ว่าตัวเองชอบทางไหน หากเรายังคงเลือกทางที่คนอื่นชอบ คนอื่นเลือกให้ อย่างที่แล้วๆมา แล้วชีวิตเราจะมีความสุขจริงเหรอ ไม่จริงเลยวันนี้เรารู้แล้ว
อีกไม่กี่เดือนเราจะว่างงานอีกครั้ง และนั่นคือโอกาสที่เราจะได้เลือกทำสิ่งที่ชอบ แน่นอนว่าเราไม่ลืมเรื่องรายได้ที่ต้องมีด้วย
ช่วงนั้นเราจึงใช้เวลาอยู่กับตัวเอง แล้วถามตัวเองว่าเราอยากทำอะไร คำตอบที่ได้ออกมา เราก็เขียนไว้เป็นข้อๆ หลายข้อเป็นสิ่งที่ทำแล้วยังไม่เห็นหนทางที่จะได้ค่าตอบแทน นี่จึงเป็นที่มาของข้อแนะนำจากเต้ด้านบน
เต้กับเด็กชายเก่งเป็นเพื่อนกันมานาน รู้จักกันตอนทำงานด้วยกันที่เดิม จนได้มาผจญภัยในไต้หวันด้วยกัน มีอะไรเราสองคนก็คุยกันปรึกษากันตลอด เต้เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูง เรียบร้อย ชอบอ่านหนังสือธรรมะ เป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี และมีอายุมากกว่าเด็กชายเก่งสองปี
เด็กชายเก่งจับตะเกียบคีบหมูสามชั้นเข้าปาก แล้วยกถ้วยข้าวขึ้น ใช้ตะเกียบคู่เดิมช่วยส่งข้าวในถ้วยเข้าปากอย่างรวดเร็ว ทั้งสองกำลังทานข้าวกลางวันในร้านข้าวแกงริมทางร้านหนึ่งในเมืองเกาสง ไต้หวัน เต้เคี้ยวอาหารหมด เห็นเด็กชายเก่งเงียบไป จึงพูดขึ้นมาอีกว่า
"ความเห็นของเรานะ เราว่านายน่าจะกลับมาทำงานต่างประเทศอีกสักเที่ยว จะได้มีทุนมากพอให้ไปลงทุนหรือทำอะไรที่อยากทำ ให้พร้อมกว่าตอนนี้"
..........
พรุ่งนี้ได้เวลาเริ่มต้นทำเพจ อ่านหนังสือวันละเล่ม เขียนบล็อกทุกอาทิตย์ ตัดผมตัวเอง และ...
เด็กชายเก่งดูเป้าหมายที่เขียนไว้ในสมุด สมุดเล่มเดิมที่นำกลับมาด้วยจากไต้หวัน มองดูอยู่นานแล้วก็บอกกับตัวเองว่า
"เราทำได้!"
Post a Comment: