วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

          ภายในบ้านป้าอ๋อยอากาศยังเย็นสบายเหมือนเดิม  แม้หลายสิ่งเปลี่ยนไปตามกาลเวลา  แต่ในวันนี้ป้าอ๋อยก็ยังคงเลี้ยงหลาน  หลานแท้ๆของตัวเอง  
ลุงซิวผอมลงมาก  แต่รอยยิ้มเดิมยังคงเจืออยู่บนใบหน้า  แถมพูดคุยกับเด็กชายเก่งอย่างออกรส  ประสาคนเคยไปขายแรงงานอยู่เมืองนอกเหมือนกัน

"เมื่อก่อนที่ผมไปซาอุนะลำบากมาก  บ้านเป็นบ้านดิน  เวลาฟ้ามืดก็ต้องรีบเข้าที่พัก  กลัวเขายิงกัน
แต่เดี๋ยวนี้ อะไรๆก็เจริญแล้ว  ไม่เหมือนเมื่อก่อน"
"ใช่ครับลุง"

          หลังกินข้าวเหนียวส้มตำปลาทอด เสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลากล่าวลา  จากบ้านป้าอ๋อย เด็กชายเก่งกับม๊าก็นั่งเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาไปขึ้นฝั่งที่ท่าน้ำราชวงศ์  เพื่อไปหาอาม่า  อาม่าพอเจอหน้าหลานก็เข้ามากอดด้วยความดีใจ  อาม่าอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว  แต่ยังคงแข็งแรง เดินเหินคล่องแคล่ว  อาม่าถามหลานชายว่าไปอยู่ที่ไต้หวัน  ที่นู่นเขาพูดภาษาอะไร?  เด็กชายเก่งบอกภาษาจีนกลางเป็นหลัก  อาม่าก็พูดภาษาจีนกลางใส่หลานชายทันที  พอรู้ว่าหลานเข้าใจก็ดีใจใหญ่  ถามไถ่ว่าจะกลับไปทำงานที่นู่นอีกเมื่อไหร่?  หลานชายตอบยังไม่แน่นอน  พร้อมถามอาม่าว่าพูดภาษาจีนกลางได้ด้วยเหรอ?
"ได้สิ  ก็อาม่าเคยไปทำงานอยู่สิงคโปร์มาก่อน"
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง จะว่าไปญาติผู้ใหญ่ของเราต่างก็ออกผจญภัยกันมาแล้วทั้งนั้น" เด็กชายเก่งยิ้ม

..........

          ตัวเลขสีแดง สีเขียว สีเหลือง  กระพริบไปมาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือของเด็กชายเก่ง  หลังจากเสาะหาความรู้อย่างเข้มข้น  เด็กชายเก่งก็เข้าสู่โหมดการเทรดแบบเต็มตัว  ใช้เวลาเต็มวันเฝ้าดูเฝ้าติดตาม เฝ้าสังเกต จดบันทึก ดูกราฟ อ่านบทวิเคราะห์ ฟังรายการวิทยุ อ่านหนังสือ  

          สามสัปดาห์ผ่านไป  พอร์ตขาดทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  จากไม่กี่พัน เป็นหลายพัน  เข้าสู่หลักหมื่น  เป็นหลายหมื่น  ความเครียดเข้าครอบงำ  เด็กชายเก่งปิดจอ  แล้วพักเรื่องหุ้นไปหลายวัน  พลันพูดกับตัวเองว่า  "ทำไมเมื่อก่อนดูบ้างไม่ดูบ้าง  สิ้นปียังได้กำไร  แต่นี่อะไร นั่งดูทั้งวัน ขาดทุนมากกว่าที่เคยอีก!"

          แน่นอนว่าห้ามให้ม๊ารู้เด็ดขาด  หนทางลงทุนอันแสนสบายนั้น  ไม่ได้มีอยู่ในหัวของเด็กชายเก่งอีกแล้ว  เด็กชายเก่งเก็บตัว  ไม่อยากเจอหน้าใคร  ไม่อยากคุยกับใคร  เต้โทรมาถามข่าวคราวความคืบหน้าในการลงทุน  พอบอกไปก็ได้แต่เศร้าใจ  แล้วนี่จะเอายังไงต่อดีเนี่ย  เด็กชายเก่งเริ่มเรียนรู้ภาวะอย่างหนึ่งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  ตอนที่เต้ถามว่าเป็นยังไงบ้าง  เด็กชายเก่งก็ได้ตอบคำถาม  ด้วยภาวะที่รู้สึกอย่างเต็มเปี่ยม
"จิตตกว่ะ"

..........

          แม้เรื่องหุ้นจะย่ำแย่  แต่เรื่องบล็อกกับเพจยังคงเดินหน้าตามเป้าหมาย  ม๊าเริ่มชินกับการที่ลูกชายอ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลัง  และจิ้มสมาร์ทโฟนเพื่อพิมพ์งานนานเป็นชั่วโมง  สังเกตได้จากคำพูดของม๊าที่เด็กชายเก่งไม่เคยได้ยิน
"จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ" ม๊าบอก
"..." เด็กชายเก่งไม่ตอบ แต่แอบดีใจ

          

Post a Comment:

Designed By Blogger Templates | Templatelib & Distributed By Blogspot Templates