ฝันเก้าเดือน 2.1
'ทรงนักเรียน' คือคำตอบเดียวของวันนี้ น้องๆ ต่างเข้าแถวรอเป็นทางยาว หัวแรก หัวที่สอง ผ่านไปอย่างทุลักทุเล แต่ก็ได้อาจารย์ให้คำแนะนำและสาธิตให้ดูอย่างใกล้ชิด จนถึงช่วงบ่ายสามโมงเด็กชายเก่งก็ได้รู้จักกับทรงนักเรียนไปแล้วสิบสามหัว ก็เยอะอยู่นะ ยังสงสัยเลยว่าทำไปได้ยังไง นี่ครั้งแรกนะ และก็เป็นครั้งแรกที่ได้มาออกหน่วย แต่ก็ สนุกดี ลุยดี ชอบๆ
ในระหว่างเรียน อาจารย์ได้ถามคำถามหนึ่ง ถามทุกคนว่า
"พวกเราจะเรียนตัดผมไปประกอบอาชีพเลยใช่ไหม?"
บางคนก็ตอบว่าใช่(เบาๆ) บางคนก็มีเหตุผลอื่น ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะไปประกอบอาชีพเต็มตัว สาเหตุที่อาจารย์ถาม เพราะต้องการบอกลูกศิษย์ว่า หากคิดจะไปประกอบอาชีพด้านนี้เต็มตัว ก็ต้องขยัน ตั้งใจ อดทน ในการเรียน การฝึกให้มากยิ่งขึ้น มากกว่าที่เป็นอยู่ หลายครั้งที่อาจารย์ว่ากล่าว ก็เพื่อให้เราตั้งใจและเป็นงานให้เร็วขึ้น คำถามของอาจารย์ทำให้เด็กชายเก่งนึกไปถึงเรื่อง 'การตั้งเป้าหมาย' ที่เคยอ่านมาจากหนังสือหลายเล่มซึ่งกล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า เป้าหมายที่เราตั้ง แล้วเขียนเอาไว้นั้น ขนาดของเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญในการไขว่คว้าของเรา หากเราตั้งเป้าหมายที่มีขนาดเล็ก สามารถทำได้ไม่ยากเท่าใดนัก ความท้าทายก็จะน้อย ชีวิตเราก็แทบไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากเราตั้งเป้าหมายที่มีขนาดใหญ่มากๆ แบบว่าไม่น่าจะเป็นไปได้(แต่ถ้ามีหนทางที่น่าจะทำได้) ก็ยังดีกว่าตั้งเป้าหมายขนาดเล็กๆ เพราะถึงแม้ในที่สุดแล้วเราจะไม่สามารถพิชิตเป้าหมายขนาดใหญ่ได้ แต่เชื่อว่าหนทางที่เรามุ่งหน้าฝ่าฟันมา คงนำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตมากมาย
ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง เด็กชายเก่งรู้สึกโดดเดี่ยว คงเป็นเพราะหนทางของรูปแบบการทำงาน จะต้องทำแบบส่วนบุคคล คือทำคนเดียว ไม่ได้มีเพื่อนร่วมงานเหมือนกับที่ผ่านๆมา หลายสิ่งหลายอย่างต้องเผชิญหน้า เรียนรู้ และวางแผนเอาเอง
เวลาที่ใครถามว่า "ทำงานอะไร?" เด็กชายเก่งจะตอบไปว่า "ผมเป็นช่างตัดผมครับ" ทั้งๆที่ยังกำลังฝึกฝนอาชีพนี้อยู่ ทำไมถึงต้องตอบอย่างนั้น เหตุผลก็คือเพื่อตอกย้ำจิตใต้สำนึกตัวเองให้มั่นคงและแน่วแน่ในหนทางที่เลือก การที่เราพูดให้ตัวเองได้ยินถึงสิ่งที่ต้องการ สิ่งที่อยากเป็นบ่อยๆ จิตใต้สำนึกของเราจะเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัย และเราก็จะได้สิ่งที่ต้องการ ได้เป็นสิ่งที่อยากเป็น แน่นอน ถามว่ารู้ได้ยังไง พอดีอ่านเจอในหนังสือเลยลองทำตาม...
Post a Comment: